• 7 สุดยอดโมเมนต์ของ อันเดรีย ปีร์โล่
7 สุดยอดโมเมนต์ของ อันเดรีย ปีร์โล่
09 Nov 2017 07:46 AM

โลกลูกหนังต้องกล่าวคำอำลากับสุดยอดพ่อค้าแข้งสุดคลาสสิคไปอีกรายแล้วหลัง อันเดรีย ปีร์โล่ ลงเล่นเกมสุดท้ายในอาชีพอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว

ไม่มีอีกแล้ว กองกลางเท้าชั่งทองที่เล่นฟุตบอลได้อย่างสง่างามพร้อมด้วยพรสวรรค์อันน่าเหลือเชื่อในการผ่านบอลทั้งสั้นและยาว รวมถึงเป็นหนึ่งในสุดยอดเจ้าพ่อลูกนิ่งแห่งวงการ โดยถือครองสถิติ สังหารฟรีคิกทั้งสิ้น 28 ประตูใน กัลโช่ เซเรีย อา สูงสุดเทียบเท่ากับ ซินิซ่า มิไฮโลวิช

เมื่อจากไปแล้ว เราเลยขอพาท่านผู้อ่านกลับไปชมความสุดยอดของ ปีร์โล ที่จะทำให้คุณไม่แปลกใจเลยว่าทำไมการที่เขาไม่อยู่จะทำให้เราเบื่อฟุตบอลไปเลยก็ได้

Image title

7. จุดโทษ "ปาเนนก้า"

การยิงจุดโทษในเวลาปกติถือเป็นเรื่องวัดใจสุดๆ แล้ว ยิ่งการต้องยิงในช่วงตัดสินหาผู้ชนะด้วยแล้ว ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่

แต่ ปีร์โล่ กลับไม่ได้รู้สึกกดดันหรือหวาดหวั่นอะไรเลย พิสูจน์ได้จากการเคยยิงจุดโทษ "ปาเนนก้า" ในเกมพบ อังกฤษ ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ยูโร 2012

ปีร์โล่ ที่บรรจงชิพบอลเข้ากลางประตูแบบเหนือชั้นหลอกให้ โจ ฮาร์ท พุ่งไปคนละทาง กล่าวว่า "ผมตัดสินใจทำมันตอนวิ่งเข้าหาบอล ผมเห็นผู้รักษาประตูของพวกเขาทำท่าทางตลกๆ"

Image title

6. หนึ่งในสุดยอดประตูตลอดกาล

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงที่ เอซี มิลาน ครองความยิ่งใหญ่ใน กัลโช่ เซเรีย อา รวมถึงผ่านเข้าถึงรอบลึกๆ ใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จนเป็นขาประจำ เสาหลักของพวกเขาเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ปีร์โล่ ช่วงเวลา 10 ปีของเขากับ "ปีศาจแดง-ดำ" ถึงจุดจบในปี 2011 แต่เมื่อถึงเวลาต้องโบกมือลา เขาก็ยังอำลาไปด้วยโทรฟี่สคูเด็ตโต้

ในฤดูกาล 2010-11 ปีร์โล่ ทำประตูที่อาจจะเป็นประตูที่ดีที่สุดในอาชีพของเขาเลยในเกมเจอ ปาร์ม่า ด้วยการตั้งป้อมตะบันด้วยขวาจากระยะไม่ต่ำกว่า 40 หลาพุ่งเสียบตาข่ายมุมบนอย่างสวยงาม

Image title

5. จุดโทษในนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก

เป็นอีกหนึ่งจุดโทษที่แสดงให้เห็นถึงความสุขุมเยือกเย็นของ ปีร์โล่

เดิมพันในเกมนั้นสูงกว่าเดิมในเกมกับ อิตาลี เพราะนี่คือนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2006 โดย ปีร์โล่ ที่ยังหน้าเกลี้ยงเกลาไร้หนวดเคราเหมือนทุกวันนี้ เป็นคนเดินเข้าไปรับหน้าที่เป็นคนแรก

ปีร์โล่ บรรงแปด้วยขวาเข้าตรงกลางประตูผ่านการป้องกันของ ฟาเบียง บาร์กเตซ นายประตูฝรั่งเศส ช่วยให้ "อัซซูรี่" ผงาดคว้าแชมป์โลก 2006 ได้สำเร็จ

"การเป็นคนยิงจุดโทษคนแรก การต้องเตะลูกบอลในช่วงเวลาแห่งความกดดันในเกมที่สำคัญที่สุดและน่าเหลือเชื่อที่สุดที่นักเตะคนหนึ่งจะได้เล่นหรือจินตานาการได้" ปีร์โล่ เปิดใจผ่านหนังสืออัตชีวประวัติของตัวเองที่ชื่อว่า "I Think Therefore I Play" (ผมคิด ดังนั้น ผมจึงเล่น) "นั่นไม่ได้จำเป็นว่ามันเป็นข่าวดี มันหมายความว่าพวกเขาคิดว่าคุณเป็นคนที่เจ๋งที่สุด แต่มันก็ยังหมายความว่าถ้าคุณพลาด คุณจะเป็นคนแรกที่อยู่ในลิสต์ของคนที่ถูกหมายหัวเลยล่ะ"

Image title

4. การแอสซิสต์ให้ โรแบร์โต้ บาจโจ้

ปีร์โล่ เคยได้ร่วมเล่นเคียงกับอีกหนึ่งตำนานขึ้นหิ้งของวงการลูกหนังเมืองมะกะโรนีอย่าง โรแบร์โต้ บาจโจ้ มาแล้ว และทั้งคู่เคยประสานงานกันจนนำไปสู่หนึ่งในประตูในความทรงจำของแฟนบอลทั่วโลก

ปีร์โล่ บรรจงชิพจากครึ่งสนามลอยเข้าเขตโทษ บาจโจ้ หลุดกับดักล้ำหน้าไปดูดบอลด้วยขวาติดเท้าพร้อมเกี่ยวหนี เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ มือกาวยูเวนตุส เข้าไปยิงประตูตีเสมอให้ เบรสชา และแบ่งแต้มกันไปในที่สุด

1 แต้มนั้นกลายเป็นสมบัติสุดล้ำค่าเพราะมันช่วยให้ เบรสชา รอดตกชั้นได้สำเร็จเพราะอยู่เหนือโซนสีแดงเพียง 1 คะแนนหลังจบเกมสุดท้ายของซีซั่น 2000-01

Image title

3. ปัดโอกาสย้ายสู่ บาร์เซโลน่า

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อครั้งกุมบังเหียน บาร์เซโลน่า เคยพยายามทาบทาม ปีร๋โล่ ไปร่วมทัพมาแล้ว

"เราต้องการนาย อันเดรีย เรามองหากองกลางที่จะมาสลับกับ ชาบี, อีเนียสต้า และ บุสเก็ตส์ และเขาคนนั้นคือนาย นายมีคุณสมบัติทุกอย่างพร้อมสำหรับการเล่นให้ บาร์เซโลน่า"

สุดท้าย ไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยหนึ่งในสาเหตุอาจเป็นเพราะว่า ปีร๋โล่ เทใจให้ เรอัล มาดริด นั่นเอง โดยเคยกล่าวในหนังสืออัตชีวประวัติของตัวเองว่า "ผมเป็นนักเตะของ เรอัล มาดริด ในความคิด, หัวใจ และ จิตวิญญาณของผม"

มิลาน เกลี้ยกล่อมให้ ปีร์โล่ อยู่ใน ซาน ซีโร่ ต่อไปจนได้ ถึงขั้นที่เสนอเช็คเปล่าให้เจ้าตัวสามารถเขียนตัวเลขค่าเหนื่อยได้ตามในชอบเลยทีเดียว

Image title

2. ความสำเร็จใน แชมเปี้ยนส์ ลีก

ชัยชนะเหนือ ลิเวอร์พูล ใน แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ เมื่อปี 2007 เป็นยิ่งกว่าการล้างแค้นจากการอกหักในรอบเดียวกันนี้ด้วยน้ำมือของ "หงส์แดง" เมื่อปี 2005 หลังแพ้จุดโทษ 2-3 จากการเสมอ 3-3 ในเวลา 120 นาที ทั้งที่เป็นฝ่ายนำก่อน 3-0

แม้เป็นหนึ่งในจุดต่ำสุดในอาชีพค้าแข้ง แต่สุดท้าย ปีร์โล่ ปลุกตัวเองกลับมาได้ด้วยการพา มิลาน เถลิงบัลลังก์ยุโรปจนได้

ฟรีคิกหน้าเขตโทษของ ปีร๋โล่ พุ่งอ้อมกำแพงไปแฉลบ ฟิลิปโป้ อินซากี้ เป้นประตูเบิกร่องก่อน อินซากี้ ยิงเพิ่มอีกเม็ดให้ มิลาน ล้างแค้น "หงส์แดง" ด้วยสกอร์ 2-1

Image title

1. ครองความยิ่งใหญ่ใน เซเรีย อา

แม้ว่าต้องปิดฉากกับ ยูเวนตุส ด้วยน้ำตาหลังปราชัยต่อ บาร์เซโลน่า ในนัดชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2015 แต่ช่วงชีวิตส่วนใหญ่ในฐานะขุนพล "เบียงโคเนรี่" ถือว่า ปีร์โล่ ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวดแล้ว

แม้ว่าอายุเข้าสู่ช่วงปลายอาชีพค้าแข้งแล้ว แต่ ปีร์โล่ ไม่ได้โรยราไปตามวัยเลย แถมยังจะโดดเด่นกว่าเดิมด้วยซ้ำ ดาวเตะวัย 38 ปี ช่วยให้ "ม้าลาย" ผูกขาดแชมป์ลีกสูงสุดเมืองมะกะโรนีแบบไม่แบ่งใครตลอด 4 ปีในถิ่น อัลลิอันซ์ สเตเดี้ยม

Mod
Ball Inter Team

....

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : อันเดรีย ปีร์โล่, เอซี มิลาน, ยูเวนตุส, อิตาลี
ผู้ชม : 1162
โปรดเข้าสู่ระบบก่อนทำการโพสคอมเม้น

หรือ