• 5
5 "แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้" สุดคลาสสิค
07 Dec 2017 05:16 PM

สุดสัปดาห์นี้ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถือเป็นโปรแกรมแห่ง "ดาร์บี้แมตช์" เลย เพราะนอกจาก "เมอร์ซี่ย์ไซด์" ระหว่างลิเวอร์พูล กับ เอฟเวอร์ตันแล้ว ก็ยังมี "แมนเชสเตอร์" ระหว่างยูไนเต็ด กับ ซิตี้ ฟาดฟันกันอีก และถือว่าสำคัญมากๆ เพราะเป็นการเจอกันของจ่าฝูง กับ รองจ่าฝูงด้วยนั่นเอง ดังนั้นเรามาย้อนดูศึกผ่าเมืองแมนเชสเตอร์นัดสำคัญๆในอดีต เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อยกันดีกว่า

Image title

แมนฯ ยูไนเต็ด 1 - แมนฯ ซิตี้ 1 (เมษายน 2001)

เป็นเกมที่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสนามมากกว่าผลการแข่งขัน เมื่อรอย คีน เอาคืน อัลฟ์-อิงเก้ ฮาลันด์ ที่เคยกล่าวหาเขาว่าแกล้งเจ็บเมื่อ 4 ปีก่อน สมัยที่ดาวเตะนอร์เวย์ยังอยู่กับลีดส์ ยูไนเต็ด ด้วยการยันเข้าที่เข่าอย่างน่าเกลียด จนฮาลันด์ร่วงลงไปกองและต้องพักยาวหลายเดือน 

และไม่ต้องสงสัยว่าคีนโดนไล่ออก ในเกมที่เสมอกัน 1-1 โดยยูไนเต็ดนำก่อนจากจุดโทษของเท็ดดี้ เชอริงแฮม ก่อนที่ซิตี้ ซึ่งกระเสือกกระสนหนีตายอย่างหนักจะตีเสมอได้จากสตีฟ ฮาววี่ย์ จริงๆผีแดงมีโอกาสชนะด้วย แต่พอล สโคลส์ พลาดจุดโทษอย่างน่าเสียดาย 

Image title

แมนฯ ยูไนเต็ด 4 - แมนฯ ซิตี้ 3 (กันยายน 2009)

สามารถบันทึกไว้ว่าเป็น 1 ในเกมคลาสสิคตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกได้อย่างไม่เคาะเขินเลย สำหรับศึกผ่าเมืองครั้งนี้ เกมพลิกไป-พลิกมาอย่างสนุกสนานตื่นเต้นเร้าใจ ผีแดงนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 2 จากเวย์น รูนี่ย์ แต่แกเร็ธ แบร์รี่ ก็ตีเสมอได้เร็วในนาที 16 หมดครึ่งแรกเสมอ 1-1 ครึ่งหลังดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ และ เคร็ก เบลลามี่ สลับหน้ากันยิงคนละ 2 เม็ด เสมอกัน 3-3 โดยเฉพาะประตูของเบลเลอร์ส ซึ่งเป็นประตูตีเสมอในนาที 90 

แต่สุดท้ายก็ยังมีดราม่าเกิดขึ้นจนได้ ในช่วงทดเจ็บที่กินเวลาไปมากกว่าปกติ ซึ่งทำให้มาร์ค ฮิวจ์ส กุนซือเรือใบในตอนนั้นหงุดหงิดมาก กระทั่งยูไนเต็ดมาได้ประตูชัยที่ไรอัน กิ๊กส์ แอสซิสต์ให้ไมเคิ่ล โอเว่น ยิงพาทีมคว้า 3 แต้มเต็มได้แบบเหลือเชื่อสุดๆ 

Image title

แมนฯ ยูไนเต็ด 1 - แมนฯ ซิตี้ 6 (ตุลาคม 2011)

เป็นเกมที่ซิตี้ในยุคของโรแบร์โต้ มันชินี่ ทำผลงานได้อย่างสุดยอด ด้วยการบุกมาโขยกยูไนเต็ดแบบไม่ไว้หน้า ซึ่งถือว่าเป็นการพ่ายแพ้เกมในบ้านที่ยับเยินที่สุดของพวกเขา นับตั้งแต่กุมภาพันธ์ 1955 

อีกจุดที่เป็นที่จดจำของเกมนี้คือความกวนโอ๊ยของมาริโอ บาโลเตลลี่ ที่โชว์เสื้อยืดที่มีข้อความ 'Why always me?' หลังพังประตูแรกของเกมได้ ก่อนที่เจ้าตัวจะบวกเพิ่มอีกเม็ดในครึ่งหลัง จากนั้นก็ดาหน้ารัวกันสนุกทั้งเซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน", เอดิน เชโก้ (2 ประตู) และ ดาบิด ซิลบา ผีแดงเหลือแค่ 10 ด้วย เพราะจอนนี่ อีแวนส์ โดนไล่ออกตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง แต่ยังดีที่ได้ประตูตีไข่แตกจากดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ในช่วงท้ายเกม 

Image title

แมนฯ ยูไนเต็ด 0 - แมนฯ ซิตี้ 3 (มีนาคม 2014)

อีกความยับเยินคาบ้านของยูไนเต็ด เอดิน เชโก้ ดาวยิงบอสเนียก็ยังคงเป็นตัวแสบของผีแดง เพราะชอบยิงพวกเขาจังเลย อย่างเกมนี้ก็ออกสตาร์ทตั้งแต่หัววัน แค่นาทีแรกของเกมเท่านั้น ก่อนจะมาบวกเพิ่มได้อีกเม็ดในครึ่งหลัง 

โดยมียาย่า ยูเร่ มาซัดปิดท้ายเม็ด 3 ในช่วงท้ายเกม ซึ่งเรือใบนาทีนั้นต้องยอมรับว่าแกร่งทั่วแผ่นจริงๆ ภายใต้การดูแลของมานูเอล เปเยกรีนี่ และชัยชนะเกมนี้ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในทางผ่านสู่การเป็นแชมป์ของพวกเขานั่นเอง 

Image title

แมนฯ ยูไนเต็ด 4 - แมนฯ ซิตี้ 2 (เมษายน 2015)

ถึงคราวที่ผีแดงจะได้ล้างแค้นบ้างแล้ว ประตูขึ้นนำตั้งแต่ต้นเกมของเซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" เหมือนเป็นการกระตุกหนวดเสือ เพราะพอโดนลูบคมไปก่อน ยูไนเต็ดก็เอาคืนแบบสาสมทบทั้งต้นทั้งดอก รัวแหลก 4 ประตูรวด จากแอชลี่ย์ ยัง, มารูอาน เฟลไลนี่, ฆวน มานูเอล มาต้า หรือแม้แต่ คริส สมอลลิ่ง ก็ยังยิงได้ 

อย่างไรก็ตามซิตี้ยังมาได้ประตูปลอบใจในช่วงท้ายจาก "เอล กุน" เจ้าเก่า ความพ่ายแพ้เกมนี้ สร้างความกดดันให้มานูเอล เปเยกรีนี่ กุนซือเรือใบมากพอสมควร เพราะเป็นการแพ้นัดที่ 8 ในรอบ 14 เกมนั่นเอง 

Mod
Ball Inter Team

....

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้ชม : 1262
โปรดเข้าสู่ระบบก่อนทำการโพสคอมเม้น

หรือ