• ย้อนรอยแข้งเจ้าของรางวัล โกลเด้น บอย (ภาค 2)
ย้อนรอยแข้งเจ้าของรางวัล โกลเด้น บอย (ภาค 2)
01 Nov 2017 09:49 AM

ไม่ต้องพูดอะไรให้มากกว่า ไปดูกันต่อเลยว่านักเตะที่เหลืออีก 7 คนที่ได้รางวัล โกลเด้น บอย ก่อนหน้าเจ้าของรางวัลคนปัจจุบันอย่าง กีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ มีใครกันบ้าง ว่าแล้วก็ไปกันเลย...

Image title

2010 : มาริโอ บาโลเตลลี่ (แมนฯ ซิตี้)

ทั้งที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในแข้งสุดยอดพรสวรรค์ แต่ มาริโอ บาโลเตลลี่ กลับไม่สามารถใช้มันก้าวไปให้ถึงฝั่งฝัน เจ้าตัวเลือกที่จะเป็นที่จดจำของโลกลูกหนังจากข่าวฉาวนอกสนามต่างๆ นานาบนหน้าหนังสือพิมพ์และสื่อมากกว่า

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2010 บาโลเตลลี่ ทำไปถึง 20 ประตูจาก 54 นัดใน กัลโช่ เซเรีย อา ให้ อินเตอร์ มิลาน ทั้งที่อายุยังไม่ถึง 20 ปี แถมได้รับการเรียกติดทีมชาติอิตาลีไปแล้ว 2 นัด ก่อนย้ายมาพิสูจน์ตัวเองกับ แมนฯ ซิตี้ เพื่อร่วมงานกับอดีตเจ้านาย โรแบร์โต้ มันชินี่ แม้ว่าไม่ได้คว้าแชมป์ใดๆ แต่ก็สามารถคว้ารางวัล โกลเด้น บอย แถมยังบอกว่าไม่รู้จัก แจ็ค วิลเชียร์ กองกลางอาร์เซน่อล ที่ได้อันดับ 2 ในปีนั้น

จากนั้น ด้วยเรื่องราวฉาวโฉ่มากมาย ทำให้ บาโลเตลลี่ ฟอร์มตกต่ำจนต้องระเห็จไปเล่นให้ เอซี มิลาน ก่อนได้กลับมาที่ ลิเวอร์พูล ด้วยความหวังจะเป็นทายาทของ หลุยส์ ซัวเรซ แต่ก็อีหรอบเดิมจนถูกปล่อยไปให้ นีซ และดูเหมือนว่าข่าวแง่ลบนอกสนามจะลดลงไปจนแทบไม่มี พร้อมแทนที่ด้วยการทำประตูต่อเนื่องในเวลานี้

Image title

2011 : มาริโอ เกิทเซ่ (ดอร์ทมุนด์)

มาริโอ เกิทเซ่ ผงาดขึ้นมาเป็นกำลังหลักของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ โดยเป็นนักเตะทำแอสซิสต์สูงสุดอันดับ 2 ของ บุนเดสลีกา พร้อมนำ "เสือเหลือง" เอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค ในการคว้าแชมป์ลีก แถมยังโชวืฟอร์มเด่นต่อเนื่องในซีซั่นถัดมาจนครอบครองรางวัล โกลเด้น บอย อย่างสมศักดิ์ศรี

เกิทเซ่ อำลา "เสือเหลือง" ไปร่วมทัพ บาเยิร์น คู่ปรับตัวฉกาจ ในปี 2013 โดยแม้ว่าทำประตูชัยช่วย เยอรมัน คว้าแชมป์ เวิลด์ คัพ 2014 แต่กลายเป็นว่าไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในทัพ "เสือใต้" เพราะโดนอาการบาดเจ็บรุมเร้าจนฟอร์มหดหาย

ด้วยเหตุดังกล่าว เกิทเซ่ เลือกโบกมือ อัลลิอันซ์ อารีน่า โดย ดอร์ทมุนด์ อ้าแขนรับเจ้าตัวกลับสู่อ้อมอกอีกครั้ง แต่ก็ยังถูกปัญหาเดิมๆ ตามรบกวน แต่ในซีซั่นนี้ ความฟิตของ ดาวเตะวัย 25 ปี เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนผลงานจะกลับมาดีเหมือนเดิมหรือไม่ ต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ต่อไป

Image title

2012 : อีสโก้ (มาลาก้า)

บาเลนเซีย เป็นสโมสรที่ปั้นนักเตะดาวรุ่งและขายออกไปได้กำไรมหาศาลมานักต่อนัก แต่พวกเขาก็ก่อความผิดพลาดมาหลายครั้งเช่นกัน หนึ่งในนั้นคือ อีสโก้ ที่หนีม้านั่งสำรองของ "ค้างคาว" สู่ มาลาก้า ด้วยค่าตัว 6 ล้านยูโร ในปี 2011

อีสโก้ เข้ามาเป็นตัวหลักของ มาลาก้า ด้วยวัยเพียง 19 ปีในเวลานั้น โดยช่วยต้นสังกัดผ่านเข้าไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม จนได้รับรางวัล โกลเด้น บอย ไปเชยชม และทำผลงานน่าประทับใจด้วยการลุยเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศด้วย

ต่อเนื่องจากผลงานเด่นกับ มาลาก้า อีสโก้ ไปช่วย สเปน คว้าแชมป์ ยูโร ยู-21 จนได้ย้ายไปค้าแข้งกับ เรอัล มาดริด ในปี 2013 ซึ่งเจ้าตัวต้องอดทนรอโอกาสร่วม 3 ปีถึงได้โชว์ของจนพลิกตัวเองเป็นตัวเลือกแรกของ "ราชันชุดขาว" ภายใต้การนำทัพของ ซีเนดีน ซีดาน ในเวลานี้

Image title

2013 : ปอล ป๊อกบา (ยูเวนตุส)

ปอล ป๊อกบา เลือกย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปร่วมทัพ ยูเวนตุส แบบไม่มีค่าตัวเมื่อปี 2012 หลังไม่ได้รับโอกาสลงสนามจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือ "ปีศาจแดง" มากเท่าที่เจ้าตัวต้องการ

กลายเป็นว่า "ม้าลาย" ได้สุดยอดของฟรีไปเชยชม ป๊อกบา ได้รับความไว้วางใจให้เป็นตัวหลักในแดนกลางในช่วงครึ่งหลังของซีซั่น 2012-13 โดยเป็นตัวจริง 13 จาก 17 นัดพร้อมคว้าแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา และยังโชว์ฟอร์มเด่นต่อเนื่องในช่วงปีนั้นจนได้รับรางวัล โกลเด้น บอย ด้วยการเอาชนะ โรเมลู ลูกากู, ราฟาแอล วาราน และ ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์

ตลอด 4 ฤดูกาลกับ ยูเว่ ป๊อกบา คว้าแชมป์ลีกได้เรียบวุธ และสถาปนาตัวเองเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในโลก ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องทุ่มเงินเป็นสถิติโลก 89 ล้านปอนด์ คว้าตัว ดาวเตะวัย 24 ปี กลับมาร่วมทัพ และเจ้าตัวได้โอกาสพิสูจน์ตัวเองในสีเสื้อ "ปีศาจแดง" โดยผ่านซีซั่นแรกไปก็คว้าไปแล้ว 3 แชมป์

Image title

2014 : ราฮีม สเตอร์ลิง (ลิเวอร์พูล)

ลิเวอร์พูล ขยับเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์ พรีเมียร์ลีก แบบใกล้เคียงที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยผลงานการทำประตุของ 2 หัวหอกอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ กับ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ แต่หนึ่งในคนที่ "หงส์แดง" ขาดไปไม่ได้ในเวลานั้นคือ ราฮีม สเตอร์ลิง

มันเป็นฤดูกาลที่ สเตอร์ลิง โชว์ฟอร์มดีที่สุดในสีเสื้อ "หงส์แดง" โดยเฉพาะตั้งแต่ขึ้นปี 2014 และเมื่อฤดูกาลถัดมา ซัวเรซ ย้ายสู่ บาร์เซโลน่า ขณะที่ สเตอร์ริดจ์ พักรักษาโรคเดี้ยง สเตอร์ลิง ก็ต้องกลายเป็นเสาหลักในเกมรุกของ ลิเวอร์พูล อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก่อนได้รับรางวัล โกลเด้น บอย ในปีนั้น

จากนั้น ในหน้าร้อน ปี 2015 สเตอร์ลิง ย้ายไปร่วมทัพ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัวมหาศาล 49 ล้านปอนด์ แต่กลับไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งได้เหมือนตอนเล่นให้ "หงส์แดง" จนถูกวิจารณ์อยู่บ่อยครั้ง แต่ล่าสุดหลัง "เรือใบสีฟ้า" ได้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เข้ามาเป็นกุนซือ ดาวเตะวัย 22 ปี เริ่มฉายแววเด่นขึ้นมาเรื่อยๆ จนเป็นอีกหนึ่งขุนพลตัวหลักของ ซิตี้ ไปแล้ว

Image title

2015 : อองโตนี่ มาร์กซิยาล (แมนฯ ยูไนเต็ด)

ก่อนเข้าสู่ปี 2015 อองโตนี่ มาร์กซิยาล เป็นตัวจริงให้ โมนาโก เพียง 14 นัดใน ลีก เอิง ดังนั้น การที่เจ้าตัวใช้เวลาเพียง 12 เดือนในการระเบิดฟอร์มเด่นจนคว้ารางวัล โกลเด้น บอย มาครอบครองได้ถือเป็นความสำเร็จที่น่าประทับใจ

ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2014-15 มาร์กซิยาล รัวไป 11 ประตู จนได้รับการเรียกตัวติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ก่อนได้ย้ายสุ่ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวเบื้องต้น 36 ล้านปอนด์ที่สามารถพุ่งขึ้นไปแตะ 58 ล้านปอนด์ ในอนาคต ถือเป็นตัวเลขค่าตัวแพงสุดสำหรับนักเตะวัยทีนในเวลานั้น

ตอนนั้นยังเป็นยุคที่ค่าตัวไม่ฟุ้งเฟ้อเหมือนทุกวันนี้ ค่าตัว 36 ล้านปอนด์ของ มาร์กซิยาล ถูกมองว่าแพงเกินไป แมนฯ ยูไนเต็ด ถูกเย้ยหยันว่าซื้อนักเตะด้วยความหน้ามืด แต่สุดท้าย มาร์กซิยาล หุบปากนักวิจารณ์ด้วยการทำประตูตั้งแต่นัดประเดิมสนามในเกมกับ ลิเวอร์พูล จนกลายเป็นอาวุธลับของ "ปีศาจแดง" ในยุคของ หลุยส์ ฟาน กัล

ทว่านับตั้งแต่ โชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามาเป็นใหญ่ใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และ มาร์กซิยาล ต้องเปลีย่นไปสวมเบอร์ 11 เพื่อปล่อยเบอร์ 9 ให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช มันก็ทำให้ ดาวเตะวัย 21 ปี ความมั่นใจหดหายลงไป จนยังไม่สามารถกลับไปเป็นคนเดิมได้เหมือนตอนซีซั่น 2015-16 ได้เลย

Image title

2016 : เรนาโต้ ซานเชส (บาเยิร์น มิวนิค)

การย้ายสังกัดด้วยค่าตัว 35 ล้านยูโรทั้งที่ยังไม่ได้สร้างผลงานเป็นชิ้นเป็นอันถือเป็นความเสี่ยงครั้งใหญ่แต่ดูเหมือนว่า บาเยิร์น มิวนิค จะตาดีกับการได้ เรนาโต้ ซานเชส มาร่วมทัพก่อน ยูโร 2016

เรนาโต้ แจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่ของ เบนฟิก้า ได้เพียงฤดูกาลเดียว ก่อนไปโชว์ฟอร์มเด่นช่วยทีมชาติโปรตุเกสสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ ยูโร 2016 ในวัยยังไม่เต็ม 19 ปีบริบูรณ์ ทำให้ "เสือใต้" ยิ้มกริ่มกับการได้ของดีมาในราคาแค่ 35 ล้านยูโร แต่ทุกอย่างไม่เป็นเช่นนั้น

เรนาโต้ ไม่สามารถสอดแทรกขึ้นมายึดตัวจริงในทัพ "เสือใต้" แถมเมือ่ได้โอกาส ก็ไม่ได้สร้างความน่าประทับใจจนฤดูกาลต่อมาถูกปล่อยให้ สวอนซี ซิตี้ ยืมตัวมาใช้งานด้วยความหวังในการปลุกความมั่นใจกลับมาอีกครั้ง ทว่าจนถึงเวลานี้ก็ไม่ได้มีวี่แววเลยว่า ดาวเตะวัย 20 ปี จะกลับไปเป็นคนเดิมได้อีกครั้ง

(เครดิตภาพ : http://worldsoccertalk.com)

โปรดเข้าสู่ระบบก่อนทำการโพสคอมเม้น

หรือ