• เมื่อ ซิโก้ ลงจากหลังช้างโดดขึ้นขี่สิงห์
เมื่อ ซิโก้ ลงจากหลังช้างโดดขึ้นขี่สิงห์
23 Jun 2017 06:02 PM

ทันทีที่ทราบข่าวว่าการท่าเรือประกาศแต่งตั้ง "ซิโก้" คุมทัพสู้ศึกไทยลีก ยอมรับตามตรงว่าผมเซอร์ไพร์สสุดๆ กับดีลครั้งนี้ และคิดว่าคนส่วนใหญ่ก็คงมีอารมณ์เดียวกัน

อดีตกองหน้าทีมชาติไทยสละเก้าอี้กุนซือช้างศึกไปในช่วงปลายเดือนมีนาคม และมุ่งหน้าเข้าอบรมโปร ไลเซนส์อย่างจริงจัง โดยเพิ่งกลับมาจากเกาหลีใต้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ที่บอกว่าแปลกใจที่เห็นซิโก้ตอบรับงานที่แพท สเตเดี้ยม เพราะผลงานในฐานะกุนซือทีมชาติถือเป็นโปรไฟล์ระดับสูงที่เขาสร้างให้กับตัวเอง และเพิ่งว่างงานไปเพียง 2 เดือนเศษๆ

ดังนั้นการกระโดดกลับมารับงานระดับสโมสรในครั้งนี้จึงถือว่าท้าทายไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะหลีกหนีการถูกเปรียบเทียบกับผลงานในอดีตไม่ได้แล้ว สิ่งหนึ่งที่ห้ามลืมคือยังมีอีกหลายคนที่ยังแคลงใจในฝีมือการทำทีมฟุตบอลของซิโก้อยู่

โดยเฉพาะเมื่อย้อนกลับไปดูการทำทีมสโมสรในอดีตของเขาแล้ว ก็ต้องยอมรับว่ายังไม่มีผลงานระดับมาสเตอร์พีซ ทั้งกับ จุฬา ยูไนเต็ด  ชลบุรี   บีบีซียู และ บางกอก  

โมเมนต์ที่น่าจดจำในระดับสโมสรอาชีพบ้านเราของซิโก้ คือการพาจุฬาจากโซนตกชั้นจบด้วยเลขตัวเดียว พร้อมเค้นฟอร์มผู้เล่นอย่าง กิตติพล ปาภูงา วุฒิชัย ทาทอง ปกาศิต แสนสุข ปิยะชาติ ถามะพันธ์ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมได้

รวมถึงการพาฉลามชลจบอันดับรองแชมป์ไทยลีก ในฤดูกาล 2009 และนำ เดอะ บิ๊กแบง กลับสู่ลีกสูงสุดได้ในปี 2012

ในมุมของผมถือว่าซิโก้ใจกล้ามากนะครับที่รับงานที่ท่าเรือ เพราะเอาจริงๆ แล้วมูลค่าที่เขาสั่งสมสร้างมาในช่วงคุมทีมชาติก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้สบายๆ แต่การคัมแบ็คทำงานอีกครั้งก็พิสูจน์ได้ว่า เขายังมีไฟในการเป็นโค้ชอยู่ 

ส่วนคนที่อยู่เบื้องหลังสำคัญในการดึงตัวเฮดโค้ชคนดังเข้ามาทำงานนั่นคือ "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรคนสวย ซึ่งทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่าทั้งคู่สนิทสนมกันเป็นอย่างดี และเท่าที่ได้ยินข่าวมาคือมีการเจรจากันก่อนหน้านี้ เพียงแค่เพิ่งสรุปกันได้เท่านั้นเอง

สำหรับ สิงห์เจ้าท่า ในปีนี้เป้าหมายไม่สูงมาก เพราะ มาดามแป้ง ประกาศตั้งแต่คัมแบ็คกลับสู่ลีกสูงสุดแล้วว่า ขอเอาตัวรอดให้ได้และหวังที่เลขตัวเดียว

แต่หากดูจากเงินที่ลงทุนระดับมหาศาล แถมพ่วงด้วยความคาดหวังจากแฟนบอลคลองเคย เชื่อเหลือเกินว่าการตั้งเป้าแค่นี้ คงไม่เพียงพอแน่นอน

เท่าที่ติดตามผลงานของท่าเรือปีนี้ ผมมองว่ายังมีหลายอย่างที่ต้องปรับปรุง ทั้งวิธีการเล่นที่ยังไม่ละเอียดมากนัก ความหลากหลายในแท็คติคยังมีน้อย รวมถึงการบริหารจัดการภายในทีม  โดยเฉพาะการเสริมทัพที่ดูไม่เป็นระบบระเบียบเท่าที่ควร

อีกประเด็นสำคัญคือเรื่องของอิสระในการทำงานของโค้ช ที่ได้ยินมาตลอดคือมักจะมีกุนซือเงา คอยมีส่วนร่วมในวางแผนและจัดตัวอยู่เสมอ

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ทำให้ฟอร์มของท่าเรือยังไม่คงเส้นคงวา วันไหนดี ก็ดีสุดๆ แต่วันไหนที่ย่ำแย่ก็น่าใจหายเหมือนกัน

สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่หากซิโก้เข้ามากุมบังเหียนแล้ว จะจัดการเรื่องนี้ได้มากน้อยแค่ไหน และผู้บริหารสโมสรให้สิทธิ์ขาดการทำงานเต็มร้อยกับเขาได้หรือไม่

อีกสิ่งที่ต้องติดตามคือช่วงเวลานี้ตลาดซื้อขายยังไม่ปิด เมื่อกล้าทุ่มดึงซิโก้มาแล้ว การเสริมทัพตัวผู้เล่นในตลาดรอบสองของสิงห์ท่าเรือจะจัดเต็มขนาดไหน

เอาจริงๆ แล้วการท่าเรือกับซิโก้ มีความผูกพันกันอยู่ไม่น้อย เพราะจุดเริ่มต้นการเป็นนักฟุตบอลทีมชาติของซิโก้ ก็เริ่มจากสนามการท่าเรือนี่แหละครับ เพราะนี่คือสนามที่เกียรติศักดิ์หิ้วสตั๊ดมาคัดตัวเยาวชนทีมชาติครั้งแรกในชีวิต

ซิโก้คุมท่าเรือ ผมมองว่านี่คือสีสันของวงการฟุตบอลไทย โดยเฉพาะเกมแรกที่ทำทีมก็ได้เจอของจริงแล้ว เมื่อต้องเปิดบ้านรับมือรองแชมป์เก่า แบงค็อก ยูไนเต็ด ในวันอาทิตย์นี้ รับรองว่าบรรยากาศในแพท สเตเดี้ยมคึกคักแน่นอน

การลงจากหลังช้างศึกแล้วกระโดดขึ้นขี่หลังสิงห์ของซิโก้ แค่คิดก็มันแล้วครับ


มด สุรเดช

Mod
มด สุรเดช

....

โปรดเข้าสู่ระบบก่อนทำการโพสคอมเม้น

หรือ