• ทีมยอดเยี่ยมไทยลีก 2017 เลกแรก โดย Bangkok Soccer
ทีมยอดเยี่ยมไทยลีก 2017 เลกแรก โดย Bangkok Soccer
15 Jun 2017 07:01 PM

ฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2017 ปิดฉากเลกแรกไปอย่างสมบูรณ์ไปในต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนจะกลับมาแข่งขันกันต่อในเลกที่สอง หลังจากโปรแกรมทีมชาติไทยเสร็จสิ้นในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

ตลอดเวลาเกือบ 5 เดือนที่ลีกสูงสุดของเมืองไทยทำการแข่งขัน มีนักเตะมากหน้าหลายตา ทั้งไทยและเทศที่โชว์ได้อย่างยอดเยี่ยม จนช่วยให้ต้นสังกัดสร้างผลงานได้ตามเป้าหมาย 

และจากคัดสรรของทีมงาน Bangkok Soccer เราจึงได้ทีมยอดเยี่ยมประจำเลกแรกของฤดูกาล 2017 มาให้แฟนๆ ได้ติดตามกัน ลองไปชมกันว่ามีนักเตะรวมถึงโค้ชของสโมสรใดบ้างที่เตะตาเรา

Image title

ผู้รักษาประตู
กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

นอกจากเมืองทองจะครองแชมป์เลกแรกแล้ว ยังเป็นทีมที่มีสถิติเสียประตูในลีกน้อยที่สุดด้วยจำนวน 15 ประตูจาก 17 เกม ซึ่งคงต้องยกให้ "ตอง" เป็นส่วนสำคัญกับความเหนียวแน่นนี้

นายทวารมือ 1 ทีมชาติไทยพลาดการลงสนามเพียงแค่นัดเดียว นั่นคือเกมที่บุกไปเยือนซูปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บในช่วงวอร์มอัพก่อนลงสนาม 

สถิติของกวินทร์ในเลกแรกคือการลงสนามเป็นตัวจริง 16 เกม เสียไป 14 ประตู และรักษาคลีนชีตได้ 9 เกม โดยในปีนี้เขายังก้าวขึ้นมาเป็นผู้รักษาประตูที่ไม่เสียประตูติดต่อกันยาวนานเป็นอันดับ 5 ของประวัติศาสตร์ไทยลีก หลังจากออกสตาร์ทด้วยการไม่เสียประตู 6 เกมติดต่อกัน

Image title

แบ็คขวา
นิติพงษ์ เสลานนท์ (การท่าเรือ เอฟซี)

ริมเส้นสารพัดประโยชน์จากแพท สเตเดี้ยมเบียดเข้าทีมยอดเยี่ยมแซงหน้า ทริสตอง โด แข้งดีกรีทีมชาติของเมืองทองด้วยความสม่ำเสมอในการลงเล่นตลอดเลกแรกที่ผ่านมา

นิติพงษ์ ลงเป็นตัวจริง 16 เกมตลอดเลกแรก และไม่เคยถูกเปลี่ยนตัวออกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งเกมเดียวที่เจ้าตัวพลาดการลงสนามเนื่องจากติดโทษแบนหลังจากสะสมใบเหลืองครบ 4 ใบ และเกมดังกล่าวที่ท่าเรือไม่มีแบ็คขวาตัวเก่งคนนี้ลงสนามก็จบลงด้วยความพ่ายแพ้พัทยา ยูไนเต็ด คาบ้านของตัวเอง

เขามีผลงานจ่ายถวายพานให้เพื่อนทำประตูทั้งหมด 3  แอสซิสต์ พร้อมกับผลงานยิง 1 ประตู ซึ่งเป็นประตูชัยประตูเดียวที่เกิดขึ้นในแมตช์ที่สิงห์เจ้าท่าเปิดบ้านเอาชนะราชนาวีได้ในเกมที่ 4 ของฤดูกาล

Image title

เซ็นเตอร์แบ็ค
เซลิโอ ดอส ซานโตส (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

อีกหนึ่งกำแพงหนาชั้นดีที่เมืองทองได้เข้ามาเสริมทีมในปีนี้ และการที่นักเตะชาวบราซิลผู้นี้สร้างผลงานช่วยให้ทีมเสียประตูน้อยสุดในเลกแรก ทำให้แฟนกิเลนผยองลืม มาริโอ อบานเต้ ได้แทบทันที 

เขาลงเล่นมากที่สุดในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางของทีมด้วยจำนวน 15 เกม โดยลงเป็นตัวจริง 14 เกม และตัวสำรอง 1 เกม และช่วยทีมรักษาคลีนชีตได้ถึง 8 เกม

นอกจากความแข็งแกร่งของร่างกาย และความสูงใหญ่ที่เก็บกินลูกอากาศได้สบายๆ แล้วนั้น เซลิโอยังมีการเติมเกมรุกที่ยอดเยี่ยม และทำประตูได้ 1 ประตูในเกมที่เปิดบ้านถล่มราชนาวี 4-0

Image title

เซ็นเตอร์แบ็ค
วิคเตอร์ อิคโบเนโฟ (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)

สวาทแคทกลายเป็นทีมที่เสียประตูในบ้านน้อยที่สุดในลีก หลังโดนเจาะตาข่ายเพียง 5 ประตูเท่านั้นจาก 8 เกมที่ลงเล่น และเสียประตูทั้งหมดเพียงแค่ 20 เกมตลอดครึ่งซีซั่นแรก ซึ่งถือเป็นทีมที่เสียประตูน้อยสุดอันดับที่ 3 เท่ากับบีอีซี เทโรศาสน เป็นรองเพียงแค่แชมป์กับรองแชมป์เลกแรกอย่าง เมืองทอง และ บุรีรัมย์ เท่านั้น

เกมรับอันเหนียวแน่นของทีมดังจากแดนอีสานนี้หลายคนอาจจะจับตามองไปที่ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว ปราการหลังกัปตันทีมที่ก้าวขึ้นเป็นตัวหลักทีมชาติไทยในยุคของ มิโลวาน ราเยวัช แต่ที่จริงแล้วมีคนอยู่เบื้องสำคัญอีกคนที่ขาดไม่ได้คือกองหลังผิวสีสัญชาติอินโดนีเซียคนนี้อีกคน

วิคเตอร์  ย้ายมาร่วมทีมโคราชเป็นแรก และกลายเป็นผู้เล่นที่ลงเล่นเป็นตัวจริงทุกเกมในเลกแรก แถมไม่เคยถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามเลยแม้แต่ครั้งเดียว เก็บเข็มไมล์ในการลงเล่นด้วยสถิติ 1,530 นาทีเต็มเพียงคนเดียวในทีม เซ็นเตอร์แบ็คเลือดไนจีเรียยังช่วยให้ทีมไม่เสียประตู 7 เกม โดยเป็นการรักษาคลีนชีตได้ 4 เกมติดต่อกันซึ่งเป็นสถิติใหม่ของสโมสรในการลงเล่นลีกสูงสุดอีกด้วย

Image title

แบ็คซ้าย
ธีราทร บุญมาทัน (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

"อุ้ม" ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทุกเกมในปีนี้ และกดไปถึง 7 ประตู ครองรองดาวซัลโวของนักเตะสัญชาติไทยประจำเลกแรกไปครอง เป็นรองเพียงแค่ดาวยิงอย่างธีรศิลป์คนเดียว ทั้งที่เจ้าตัวลงเล่นในตำแหน่งแบ็คซ้าย..!!

นอกจากนั้นทีเด็ดในการจ่ายบอลของเขาก็ยังเป็นอาวุธอันตรายให้กับทีมกิเลนผยองไม่แพ้กัน เมื่อส่งให้เพื่อนทำประตูไปได้ทั้งหมด 10 ครั้ง ครองตำแหน่งท็อปแอสซิสต์ของลีกไปครองอีกหนึ่งตำแหน่ง

ทั้งหมดนี้คงเพียงพอแล้วว่าทำไมแบ็คซ้ายเบอร์หนึ่งของเมืองไทยถึงติดทีมยอดเยี่ยมของเรา

Image title

กองกลาง
ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ (เชียงราย ยูไนเต็ด)

ถ้าหากจะหามิดฟิลด์ที่เล่นได้ครบเครื่องทั้งเกมรุกและเกมรับเพื่อเข้ามาอยู่ในทีมยอดเยี่ยมของเราในเลกแรก ชื่อของ "นิว" น่าจะอยู่ในลิสต์ลำดับต้นๆ อย่างแน่นอน และสุดท้ายเราก็ตัดสินใจเลือกเขาด้วยเหตุผลต่อไปนี้

เขาเริ่มต้นอย่างสวยหรู เมื่อกระหน่ำแฮตทริคได้ตั้งแต่เกมเปิดสนาม ที่เชียงรายเปิดรังเอาชนะซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ 4-0 และเป็นคนจ่ายบอลให้ ฟิลิปเป้ อเซเวโด โหม่งประตูชัยส่งให้กว่างโซ้งมหาภัยเป็นทีมแรกที่บุกชนะนครราชสีมาถึงถิ่นได้ในปีนี้

ด้วยสไตล์การเล่นแบบกองกลาง บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์ ฐิติพันธ์จึงกลายเป็นผู้เล่นตัวหลักที่ อเล็กซานเดอร์ กามา กุนซือบราซิลใช้งานเป็นประจำในแผงมิดฟิลด์ โดยออกสตาร์ทเป็นตัวจริง 16 เกม พลาดการลงสนามเพียงแค่เกมเดียวเนื่องจากติดโทษแบน ทั้งหมดนี้จึงส่งให้เขากลายเป็นตัวจริงในทีมชาติยุคของราเยวัชในทันที

Image title

กองกลาง
จาสมานี่ คัมโปส (บางกอกล๊าส เอฟซี)

ปีแรกของเขากับลีกเมืองไทยถือว่าออกสตาร์ทได้ดีเกินคาด เมื่อยิงประตูได้ถึง 6 ลูก ครองรองดาวซัลโวของทีม แถมยิงได้เยอะกว่าดาวซัลโวของทีมเมื่อปีก่อนอย่าง อาเรียล โรดริเกวซ เสียอีก

ดาวเตะทีมชาติโบลิเวียมีเท้าซ้ายเป็นทีเด็ด ช่วยให้บีจีมีลูกตั้งแต่ที่น่ากลัวมากยิ่งขึ้น หลังจากเจ้าตัวโชว์ลูกฟรีคกปลิดวิญญาณช่วยให้ทีมพลิกเอาชนะบุรีรัมย์มาแล้ว

คัมโปสออกสตาร์เป็นตัวจริงทุกเกมในเลกแรก และเป็นคนที่จ่ายให้เพื่อนยิงมากที่สุดในทืมตอนนี้ที่ 5 แอสซิสต์

Image title

ริมเส้นขวา
นูรูล ศรียานเก็ม (ชลบุรี เอฟซี)

กลายเป็นตัวริมเส้นที่โชว์ฟอร์มได้ดีสม่ำเสมอที่สุดคนหนึ่งในไทยลีกเลกแรก หลังได้รับโอกาสจากโค้ชเทิดศักดิ์ ใจมั่น ลงสนามไปถึง 16 เกม

ปีกตัวจี๊ดจากแดนใต้ยิงไป 3 ประตู และจ่ายให้เพื่อนทำประตูอีก 5 แอสซิสต์ และกลายเป็นหนึ่งในทีมชาติยุคใหม่ทันที หลังจากการเข้ามาของกุนซือคนของทัพช้างศึก

ด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยมบวกกับความมั่นใจจากได้รับโอกาสในทีมชาติ จึงเชื่อเหลือเกินว่านูรูลจะลงเล่นด้วยการเป็นตัวหลักของทีมฉลามชลต่อไปในเลกสอง เพราะเกมเดียวที่เขาไม่ได้ลงสนามในครึ่งซีซั่นแรกเป็นเหตุผลมาจากการติดโทษแบนนั่นเอง

Image title

ริมเส้นซ้าย
ดราแกน บอสโควิช (แบงค็อก ยูไนเต็ด)

จากผู้เล่นตัวรุกด้านริมเส้น ตอนนี้เขากลายร่างมาเป็นจอมถล่มประตูไปแล้ว เมื่อครองดาวซัลโวในเลกแรกของปีนี้ด้วยจำนวน 16 ประตู

บอสโควิชที่ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงไป 15 เกมกดไปถึง 3 แฮตทริคในครึ่งซีซั่น และกลายเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ของไทยลีกที่ยิงคนเดียว 5 ประตูในเกมเดียวจากนัดที่แข้งเทพเปิดบ้านถล่มพัทยา ยูไนเต็ด 5-1

และด้วยฟอร์มอันร้อนแรงจากเลกแรกนี้ ทำให้เจ้าตัวมีลุ้นครองดาวซัลโวสูงสุดของลีกไทยเป็นครั้งแรก หลังจากปีก่อน ครองตำแหน่งผู้ทำประตูสูงสุดของทีมแข้งเทพด้วยจำนวน 20 ประตู

Image title

กองหน้า
ดิเอโก้ หลุยส์ ซานโต้ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

อาการบาดเจ็บไหล่เมื่อปีก่อนทำให้เขาพลาดลงสนามตลอดเลกแรกของซั่ซั้น2016 ซึ่งแม้จะกลับมาลงสนามได้ในเลกสอง แต่ก็ไม่สามารถช่วยทีมป้องกันแชมป์ลีกได้ อย่างไรก็ตามดาวยิงชาวบราซิลคนนี้ก็ยังถล่มประตูได้ถึง 8 ลูกจากการลงสนามเพียงแค่ 11 เกม แถมด้วยการแอสซิสต์อีก 5 แอสซิสต์อีกต่างหาก

ทำให้ในปีนี้เมื่อร่างกายฟิตสมบูรณ์ ดิเอโก้ ก็กลับมาอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมอีกครั้ง เมื่อยิงไปทั้งสิ้น 14 ประตูเป็นรองดาวซัลโวของลีก พ่วงด้วยการจ่ายให้เพื่อนยิงอีก 7 แอสซิสต์

และเชื่อว่าตัวเลขผลงานดังกล่าวจะไม่หยุดนิ่งอยู่แค่นี้แน่นอน โดยเฉพาะการที่เจ้าตัวได้คู่หูในแดนหน้าอย่าง ชาช่า มาร่วมทีม หลังจากดูโอ้บราซิลเลี่ยนคู่นี้กดไปรวมกัน 27 ประตูจากประตูทั้งหมด 40 ประตูที่บุรีรัมย์ยิงได้ในเลกแรก 

Image title

กองหน้า
ธีรศิลป์ แดงดา (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

รักษามาตรฐานดาวยิงอันดับหนึ่งของวงการฟุตบอลไทยไว้ด้วยการกระหน่ำ 10 ประตู ซึ่งถือดาวซัลโวสูงสุดของนักเตะไทยประจำเลกแรกอีกด้วย

"มุ้ย" ยังแอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตูได้อีก 4 แอสซิสต์ จากการลงสนามทั้ง 17 เกม โดยออกสตาร์ทเป็นตัวจริงถึง 16 เกม

นอกจากนี้ดาวยิงทีมชาติไทยยังยิงประตูในฟุตบอลถ้วยเอเชียรายการ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ 5 เกมติดต่อกัน จนพากิเลนผยองสร้างประวัติศาสตร์ทะลุเข้าถึงรอบสองได้เป็นครั้งแรกอีกด้วย

Image title

หัวหน้าผู้ฝึกสอน
รานโก โปโปวิช (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

เฮดโค้ชชาวเซอร์เบียเข้ามารับงานคุมทัพบุรีรัมย์ในช่วงท้ายซีซั่นที่แล้ว ก่อนจะพาทีมติดเครื่องไม่แพ้ใคร 11 เกมติดต่อกันในซีซั่นนี้ ด้วยผลงานชนะ 8 เสมอ 3 

แม้จะแพ้ให้กับบีจีและราชบุรี แต่สุดท้าย "โปโป้" ก็พาทีมปราสาทสายฟ้าจบด้วยการเป็นรองแชมป์ในเลกแรก โดยมีคะแนนเท่ากับเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แชมป์ในเลกแรกด้วยการมีแต้มเท่าที่ 37 คะแนน ซึ่งมีผลประตูได้-เสียเป็นรองทีมกิเลนผยองเพียง 2 ประตู และถือเป็นทีมที่แพ้น้อยที่สุดในลีกเลกแรกแค่ 2 เกมเท่านั้น

อย่างไรก็ตามเจ้าตัวถูกแบน 3 เดือนจากเหตุวุ่นวายเกมสุดท้ายของเลกแรกที่บุรีรัมย์เอาชนะแบงค็อก ยูไนเต็ด ซึ่งโปโปวิชถูกลงโทษจากการทำร้ายร่างกายด้วยการตบหน้าทีมงานสตาฟโค้ชของทีมแข้งเทพ จนนำมาซึ่งการประกาศลาออกของเจ้าตัวหลังจากนั้นในที่สุด ทิ้งผลงานการคุมทัพบุรีรัมย์ในลีก 19 เกม ชนะ 12 เสมอ 4 แพ้ 3 เอาไว้เป็นความทรงจำให้กับแฟนบอล



ทีมยอดเยี่ยมไทยลีก 2017 เลก 1 โดยทีมงาน Bangkok Soccer 

ระบบการเล่น 4-4-2

Image title





Mod
มด สุรเดช

....

ผู้ชม : 3788
โปรดเข้าสู่ระบบก่อนทำการโพสคอมเม้น

หรือ