• ข่าวเด่นฟุตบอลไทย ปี2017
ข่าวเด่นฟุตบอลไทย ปี2017
02 Jan 2018 05:54 AM

ปี 2017 ผ่านพ้นไปแล้ว แต่เรื่องราวของวงการฟุตบอลไทยในขวบปีที่ผ่านมามีหลากหลายเรื่องราวเหลือเกินที่เกิดขึ้น จนถือว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่มีปรากฎการณ์หลายอย่างที่เข้าขั้นเป็นประวัติศาสตร์ของลูกหนังไทย

และก่อนที่เราจะเริ่มต้นนับหนึ่งให้กับฟุตบอลไทยในปี 2018 Bangkok Soccer ขอย้อนกลับไประลึกถึงเหตุการณ์สำคัญๆ ที่เกิดขึ้นตลอดปีที่ผ่านมา เพื่อเก็บเอาไว้ในความทรงจำของแฟนบอลไทยทุกคน

ติดตาม ผัดกะเพรา ลูกหนังไทย กับเรื่องราวของ "ข่าวเด่นฟุตบอลไทย ปี2017"

Image title

ช้างศึกเปลี่ยนผู้นำ

การเปลี่ยนแปลงหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยถือเป็นข่าวใหญ่รับต้นปี2017 เลยทีเดียว หลังจากที่ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง รับงานคุมทัพช้างศึกชุดใหญ่มาตั้งแต่ปี2014 และสร้างกระแสให้ฟุตบอลไทยบูมขึ้นทันตาเห็น

อันที่จริงซิโก้เพิ่งได้รับสัญญาใหม่ไปในช่วงต้นปี จากผลงานพาทีมทะลุเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ได้อีกครั้ง หลังเคยทำได้มาแล้วครั้งหนึ่งในฟุตบอลโลก 2002  

อย่างไรก็ตามอดีตกองหน้าทีมชาติไทย ก็ทนแรงกดดันไม่ไหว หลังจากเก็บได้เพียง 1คะแนนจาก 4 เกมแรก และเมื่อจบเกมที่บุกพ่ายแพ้ญี่ปุ่น 0-4 ซิโก้ก็ประกาศลาออกจากตำแหน่ง

หลังเก้าอี้กุนซือใหญ่ว่างลง สมาคมฟุตบอลไทยใช้เวลาสรรหาคนที่เข้ามาแทนที่ไม่นานก็ได้ มิโลวาน ราเยวัช มารับหน้าที่แทน ซึ่งเฮดโค้ชชาวเซิร์บก็สร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ทั้งฟอร์มการเล่นของทีมที่ดีขึ้นทันตา รวมถึงการให้โอกาสแข้งหน้าใหม่ขึ้นมารับใช้ทีมชาติ และยังมีถ้วยพระราชทานคิงส์ คัพ เป็นแชมป์แรกในการคุมทีม

ซึ่งด้วยผลงานดังกล่าว น่าจะทำให้ราเยวัชมีโอกาสรับการขยายสัญญาต่อออกไปอีกแน่นอน

Image title

การมาของ เอคโคโน่

นอกจากราเยวัชแล้ว สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ตัดสินใจจ้าง เอคโคโน่ บริษัทชื่อดังจากสเปนที่มีผลงานกับสโมสรและทีมชาติระดับโลก เข้ามาดูแลเรื่องโครงสร้างฟุตบอลระดับเยาวชน ตั้งแต่รุ่น 14 ถึง 21 ปี 

โดยเอคโคโน่ ส่งโค้ชหนุุ่ม 4 คนเข้ามารับหน้าที่กุนซือทีมชาติไทยในชุดต่างๆ ซึ่งผลงานเดียวในปีแรกที่ทำสำเร็จคือการคว้าแชมป์อาเซียนในรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีมาครองได้

ซึ่งแม้ในรุ่น 16 กับ 19 ปี จะตีตั๋วไปเล่นชิงแชมป์เอเชีย รอบสุดท้ายได้ แต่ภาพรวมของการทำงานกลับไม่ถูกอกถูกใจแฟนบอลบางส่วน ซึ่งรวมไปถึงสมาคมฟุตบอลเองด้วย จนทำให้ช่วงปลายปีที่ผ่านมานายกสมาคมถึงกับต้องเรียกประชุมด่วนเพื่อทบทวนอนาคตการทำงานของเอคโคโน่ ซึ่งต้องตามกันต่อว่าจะออกมาในทิศทางใด

Image title

ผลงานทีมชาติไทย

ถึงจะไปไม่ถึงฝันในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก แต่ผลงานของทีมฟุตบอลไทย ในสองรายการหลักของปีนี้ที่แฟนบอลตั้งความหวัง ถือว่าเป็นไปตามเป้า แม้ระหว่างเส้นทางจะไม่สวยหรูมากนักก็ตาม

เริ่มต้นที่ซีเกมส์ ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งทีมชุดนี้นำทัพไปโดย วรวุธ ศรีมะฆะ ที่โดนแรงกดดันมาตั้งแต่การแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ยิ่งเริ่มต้นในรอบแรกไม่ดีนัก ส่งผลให้ถูกเสียงวิจารณ์เล่นงานเอาชุดใหญ่

อย่างไรก็ตามโค้ชโย่งและลูกทีมก็ยังฟันฝ่าอุปสรรคทั้งในและนอกสนามก้าวขึ้นไปคว้าเหรียญทอง สมัยที่ 16 ได้สำเร็จ แต่สุดท้ายอดีตกองหน้าทีมชาติไทยก็ต้องลดบทบาทลงมาเป็นผู้ช่วยหลังจากจบทัวร์นาเม้นต์ เพื่อหลีกทาง โซรัน ยานโควิช รับหน้าที่เฮดโค้ชสู้ศึกเอเชีย ยู23 แทน

ส่วนทีมชาติชุดใหญ่แม้จะเก็บได้เพียงแค่ 2 คะแนนจากฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก รอบ3 แต่ก็ยังสามารถรักษาถ้วยพระราชทานคิงส์ คัพ ให้อยู่ในประเทศไทยได้ ด้วยการเอาชนะเกาหลีเหนือ 3-0 และดวลจุดโทษชนะเบลารุสในนัดชิง คว้าแชมป์สมัยที่ 15 ไปครอง และถือเป็นความสำเร็จแรกของ มิโลวาน ราเยวัช ในการคุมทีมชาติไทยอีกด้วย

Image title

บลูเวฟ ผงาดคว้าแชมป์เอเชียสมัยสอง

วงการฟุตซอลไทยยังคงสร้างชื่อให้กับประเทศได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยผลงานที่มักจะทำได้ตามเป้าอยู่เสมอ อย่างเช่นศึกซีเกมส์ ที่ทีมโต๊ะเล็กทั้งชายและหญิงสามารถคว้าเหรียญทองมาครองได้ แถมฟุตซอลหญิงไทยยังสร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองจากศึกเอเชี่ยนอินดอร์มาเชียลอาร์ตเกมส์ 2017 ด้วยการเอาชนะญี่ปุ่นได้ในนัดชิงอีกด้วย

อย่างไรก็ตามผลงานระดับมาสเตอร์พีซในปีนี้ต้องยกให้ขุนพล พีทีที บลูเวฟ ชลบุรี ที่ผงาดคว้าแชมป์สโมสรเอเชียได้เป็นผลสำเร็จ โดยถือเป็นแชมป์สมัยที่สองที่ทีมทำได้มาแล้วในปี 2013

นอกจากนี้ผู้เล่นอย่าง จิรวัฒน์ สอนวิเชียร ยังครองดาวซัลโวในรายการนี้ได้สำเร็จ และถือเป็นผู้เล่นไทยคนแรกที่ซิวรางวัลนี้ได้สองสมัยติดต่อกัน ซึ่งส่งผลให้เจ้าเนิร์สถูกส่งชื่อเข้าชิงนักฟุตซอลยอดเยี่ยมของเอเชีย แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ได้ถูกเลือกเป็นแข้งแห่งทวีปในท้ายที่สุด

Image title

บทสรุปถ้วยเมเจอร์ในประเทศ

ปี2017 ฟุตบอลภายในประเทศถือว่าเข้มมากที่สุดปีหนึ่ง เพราะ3ถ้วยใหญ่ต่างถูกแบ่งสรรกันแบบไม่มีใครครอบครองไว้เพียงผู้เดียว 

สำหรับโตโยต้า ไทยลีก การขับเคี่ยวสนุกสูสีจนโค้งสุดท้าย และกลายเป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่แซงเข้าวิน ซึ่งถือเป็นสโมสรแรกในเมืองไทยที่คว้าแชมป์สมัยที่5 ได้

ส่วนเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แม้จะพลาดแชมป์ลีกให้กับปราสาทสายฟ้า แต่ก็มาซิวถ้วยโตโยต้า ลีก คัพเป็นรางวัลปลอบใจ ด้วยการเอาชนะเชียงราย ยูไนเต็ด ในนัดชิงชนะเลิศ และถือเป็นการคว้าแชมป์ถ้วยนี้สองสมัยติดต่อกัน หลังจากฤดูกาล 2016 คว้าแชมป์ร่วมกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ด้านกว่างโซ้งมหาภัยที่อกหักจากลีกคัพ ก็ซิวแชมป์เมเจอร์แรกได้สำเร็จ เมื่อเอาชนะแบงค็อก ยูไนเต็ดได้ในเกมชิงดำ ซึ่งถือเป็นฤดูกาลแห่งการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสโมสร ทั้งการคว้าแชมป์บอลถ้วย อันดับในลีกที่ดีที่สุด และการคว้าตั๋วเอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก

Image title

ปีของการทำลายสถิติ

ปี2017 เกิดสถิติใหม่ๆ ขึ้นมากมาย ทั้งกับสโมสรและนักฟุตบอล จนถือว่าเป็นปีแห่งการทำลายสถิติเลยก็ว่าได้

เริ่มต้นกันที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สามารถจารึกชื่อของตัวเองว่าเป็นสโมสรที่เก็บแต้มได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ลีกสูงสุดของเมืองไทย หลังจากพวกเขาจบฤดูกาลด้วยเก็บแต้มได้ถึง 86 คะแนน ทำลายสถิติเดิมของตัวเองในปี 2011 ที่เคยทำเอาไว้ 85 คะแนนได้สำเร็จ นอกจากนั้นทีมปราสาทสายฟ้า ยังถือเป็นสโมสรแรกที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ถึง 5 สมัยอีกด้วย

ส่วนเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แม้จะพลาดแชมป์ลีก แต่ก็สามารถทำสถิติใหม่ให้เกิดขึ้นได้เช่นกัน นั่นคือการเป็นทีมแรกในเมืองไทยที่เก็บชัยชนะในลีกได้ถึง 15 เกมติดต่อกัน หลังจากปี 2016 ทีมกิเลนผยองเคยทำสถิติชนะรวด 14 เกมติดต่อกันเท่ากับที่บุรีรัมย์เคยทำได้มาแล้ว

สถิติแย่ๆ ในปีที่ผ่านมาก็ถูกบันทึกไว้เหมือนกัน นั่นคือ ซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ ทีมบ๊วยของลีกที่ตกชั้นไปแบบไม่ได้ลุ้นด้วยการมีเพียง 6 แต้มจากชัยชนะนัดเดียวตลอดทั้งซีซั่น โดยฟอร์มย่ำแย่ด้วยการแพ้ 27 เกมติดต่อกันกลายเป็นสถิติระดับโลกที่เว็บไซต์ในต่างประเทศต้องจารึกไว้ อีกทั้งยังเสียประตูเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยลีกด้วยจำนวน 128 ประตูอีกด้วย

ด้านสถิติในส่วนของนักฟุตบอล จักรพันธ์ แก้วพรม ขึ้นแท่นเป็นผู้เล่นคนแรกที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้มากที่สุดด้วยจำนวน 6 สมัย ไล่ตั้งแต่ในสีเสื้อของเมืองทองปี 2010 และกับบุรีรัมย์อีก 5 สมัยในปี 2011 , 2013 , 
2014 , 2015 และ 2017

ดราแกน บอสโควิช กลายเป็นนักฟุตบอลที่ยิงประตูสูงสุดในหนึ่งฤดูกาลด้วยจำนวนถึง 38 ประตู ทำลายสถิติของ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ที่ทำเอาไว้ที่ 33 ประตูเมื่อปีก่อนลงได้สำเร็จ แถมดาวยิงมอนเตเนโกรยังกลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดของลีกเอเชียปี 2017  นอกจากนั้นเจ้าตัวยังสร้างสถิติยิงประตูในหนึ่งเกมเยอะที่สุด ด้วยการยิง 5 ประตูในเกมที่ถล่มพัทยา ยูไนเต็ด 5-1 อีกด้วย

ฝั่งเพื่อนร่วมทีมของโบเล่อย่าง มาริโอ ยูรอฟสกี้ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า สร้างสถิติยิงประตูในลีกติดต่อกันมากที่สุดด้วยจำนวน 8 เกม ทำลายสถิติ 7 เกมติดต่อกันของดิยุฟ บีรัม ที่เพิ่งทำเอาไว้เมื่อปีที่แล้วนี่เอง

สำหรับนักเตะไทยก็ถูกเรคคอร์ตสถิติไว้เช่นกัน เมื่อ ธีรศืลป์ แดงดา ยิงประตูครบ 100 ประตูได้ในซีซั่นที่ผ่านมา แต่สถิติของเจ้ามุ้ยพิเศษกว่านักเตะอย่าง พิภพ อ่อนโม้ , ศรายุทธ ชัยคำดี และ เคลตัน ซิลวา ที่ยิงแตะหลักร้อยไปก่อนเขาตรงที่ ดาวยิงหมายเลข10คนนี้ยิงให้กับต้นสังกัดเดียวนั่นคือทีมกิเลนผยอง ซึ่งถือเป็นคนแรกที่ทำได้ ซึ่งหลังจบซีซั่น 2017 มุ้ยกระหน่ำประตูในไทยลีกไปทั้งหมด 111 ประตู กลายเป็นผู้เล่นไทยที่ยิงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ และตามหลัง เคลตัน ซิลวา ที่ยิงมากที่สุดในลีกสูงสุดอยู่ 8 ประตูเท่านั้น

Image title

ปีแห่งการอำลาของแข้งโปรไฟล์สูง

แม้การประกาศแขวนสตั๊ดหลังจากฤดูกาลสิ้นสุดลงจะเป็นเรื่องธรรมดาของโลกฟุตบอล แต่สำหรับปีนี้ในลีกเมืองไทยบรรดานักเตะที่โบกมือลาอาชีพการค้าแข้งกลายเป็นนักฟุตบอลโปรไฟล์ระดับท็อปของบ้านเราทั้งนั้น ซึ่งถือว่าน้อยครั้งมากที่จะเกิดขึ้นในปีเดียวกัน

นักเตะที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงอย่าง เทิดศักดิ์ ใจมั่น, รังสรรค์ วิวัฒน์ ชัยโชค , อภิเชษฐ์ พุฒตาล , ศรายุทธ ชัยคำดี , ภานุพงศ์ วงศ์ษา ,พิพัฒน์ ต้นกันยา , ศุภชัย คมศิลป์ , จักรกริช บุญคำ และ ธฤติ โนนศรีชัย ต่างตัดสินใจเลิกเล่นในปีนี้ทั้งหมด

และยังไม่แน่ว่าอาจจะมีนักฟุตบอลที่ตัดสินใจเลิกเล่นเพิ่ม ก่อนจะเปิดฤดูกาลใหม่ก็เป็นได้ 

Image title

นักฟุตบอลไทยในลีกต่างแดน

เป็นคำถามที่ถูกยกขึ้นมาอยู่เสมอว่าเมื่อไหร่นักฟุตบอลไทยจะออกไปค้าแข้งต่างแดนเสียที และมันก็เกิดขึ้นแล้วในปี2017 นั่นคือดีลของ ชนาธิป สรงกระสินธิ์ ที่ย้ายไปร่วมคอนซาโดเล่ ซัปโปโล ทีมในลีกสูงสุดของญี่ปุ่น ด้วยสัญญายืมตัวในช่วงเลกสองของปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามหลายคนก็อดห่วงเจ้าเจไม่ได้ว่าการไปโลดแล่นในลีกระดับต้นๆ ของเอเชียครั้งนี้จะได้รับโอกาสมากน้อยเพียงใด แต่สุดท้ายมิดฟิลด์ทีมชาติไทยก็กลายเป็นผู้เล่นตัวหลักของทีม และพาต้นสังกัดอยู่รอดปลอดภัยแบบหายห่วง จนได้รับเงินเดือนเพิ่มเป็นรางวัลตอบแทนผลงาน

และด้วยความยอดเยี่ยมของเจนี่เอง ทำให้ตลาดนักเตะไทยเริ่มถูกจับตามองมากขึ้นในลีกญี่ปุ่น จน ธีรศิลป์ แดงดา ตกลงไปร่วมทีม ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า ด้วยสัญญายืมตัว และ ธีราทร บุญมาทัน ก็ถูก วิสเซล โกเบ ตามจีบอยู่ในช่วงก่อนปีใหม่

รวมไปถึงสองผู้ดาวรุ่งอย่าง จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ ที่เอฟซี โตเกียวติดใจฝีเท้าและจ่อจะดึงกลับไปใช้งานอีกครั้ง และ เชาว์วัฒน์ วีระชาติ ที่กำลังจะได้ไปลุยแดนอาทิตย์อุทัยกับทีมพันธมิตรของบีจีอย่าง เซเรโซ โอซาก้า อีกด้วย

Image title

โลโก้ใหม่ทีมชาติไทย

เชื่อว่าแฟนบอลชาวไทยคุ้นตากับโลโก้ทีมชาติไทยที่เป็นรูปช้างศึกมานานมาก จนกระทั่งปี 2017ที่ผ่านมา สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตราสัญลักษณ์ของทีมชาติไทยที่ใช้มายาวนานกว่า 15 ปี

โดยเริ่มต้นจากการเปิดให้แฟนบอลส่งผลงานเข้าประกวด ก่อนจะนำไอเดียจากชิ้นที่ชนะเลิศส่งไม้ต่อให้กับ อินเตอร์แบรนด์ บริษัทระดับโลกที่เคยออกแบบโลโก้มามากมายปรับจูนให้สมบูรณ์

สุดท้ายจึงได้โลโก้ช้างศึกอันใหม่ออกมาให้กับแฟนบอลชาวไทยได้เชยชมในช่วงกลางเดือนธันวาคม ส่วนจะสวยถูกใจหรือไม่ คงขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ล่ะคนครับ

Image title

แถลงจับขบวนการล้มบอล

กลายเป็นข่าวใหญ่สุดคึกโครมที่สุดในปี2017  หรืออาจจะเป็นในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลไทยเลยก็ว่าได้ สำหรับการที่สมาคมฟุตบอลไทยออกมาแถลงข่าวจับกุมขบวนการล้มบอล

งานนี้ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ จับมือกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวใหญ่โตกันที่ สนช. จนสื่อให้ความสนใจกับประเด็นนี้กันเป็นจำนวนมาก

โดยผลของการทำงานในครั้งนี้สามารถออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 12 คน ซึ่งมีทั้งผู้ดำเนินการ ผู้บริหารสโมสร ผู้ตัดสิน และนักฟุตบอล

ซึ่งสิ่งที่น่าตกใจคือมีนักฟุตบอล 5 คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องคือ สุทธิพงษ์ เหลาพร ,ณรงค์ วงษ์ทองคำ ,สุวิทยา นำสินหลาก และเสกสันต์ ชาวทองหลาง จาก ราชนาวี  รวมถึง วีระ เกิดพุดซา ผู้รักษาประตูของ นครราชสีมา 
มาสด้า เอฟซี

นอกจากนี้ยังรวมไปถึงผู้ตัดสินระดับฟีฟ่าอย่าง ภูมรินทร์ คำรื่น และ ธีรจิตร สิทธิศุข ซึ่งทั้งหมดมีความผิดตาม พ.ร.บ. กีฬา ซึ่งทำให้แทบหมดอนาคตในวงการทันที

แถม บิ๊กอ๊อด ยังประกาศชัดเจนว่านี่เป็นเพียงแค่ล็อตแรกเท่านั้น และจะมีการดำเนินการปราบปรามเรื่องการล้มบอลครั้งต่อไปอย่างแน่นอน

Mod
มด สุรเดช

....

ผู้ชม : 1358
โปรดเข้าสู่ระบบก่อนทำการโพสคอมเม้น

หรือ