ตำนาน...???
10 Jul 2017 01:40 PM
  • ตำนาน...???

ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่นักเตะชื่อดังหลายต่อหลายคนตัดสินใจย้ายทีมกันเลยในสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม อยากลงเล่นมากขึ้น ได้ค่าเหนื่อยมากขึ้น เพื่ออนาคตการค้าแข้งที่ดีขึ้น หรือ แม้แต่เจอขับไสไล่ส่งจากทีมเดิมก็ตาม

1 ในนั้นมีชื่อของ เวย์น รูนี่ย์ ดาวเตะวัย 31 ปี ที่ตัดสินใจย้ายกลับไปเล่นกับทีมที่ปั้นเขาขึ้นมาตั้งแต่ตอนเยาวชนอย่าง เอฟเวอร์ตัน นั่นเอง ฤดูกาลล่าสุด รูนี่ย์ กลายเป็นตัวสำรองถาวรของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบกู่ไม่กลับ ผลงานค่อยๆย่ำแย่ลงแบบน่าใจหาย สภาพร่างกายก็ไม่มีทางจะดีไปกว่านี้ได้แน่นอน ทำให้ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือที่ชื่นชอบอ้วนรูนแบบไม่เม้ม ต้องจำใจตัดเขาออกจาก 11 ผู้เล่นตัวจริงทั้งที่ไม่ได้มีอาการบาดเจ็บแต่อย่างใด

13 ฤดูกาลแห่งความสำเร็จของ รูนี่ย์ กับ ปีศาจแดง ต้องยุติลงในปี 2017 นี้เอง เหตุผลไม่มีอะไรมากไปกว่าตัวเขาเองที่ไม่พยายามจะอยู่กับทีมให้นานกว่านี้ก็เท่านั้นเอง เจ๊ดำเคยชื่นชอบและหลงใหลในสไตล์การเล่นของ รูนัลโด้ มากๆเมื่อสมัยที่เขายังทุ่มเทและมุ่งมั่นกว่าที่เคยทำมาในช่วง 4 ปีสุดท้ายในสีเสื้อผีแดง

ที่พูดแบบนี้ไม่ใช่จะมาซ้ำเติมหรือไม่ให้เกียรติตำนานของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ทีมชาติอังกฤษแต่อย่างใดนะจ๊ะ แต่เจ๊ดำเป็นพวกชอบคุยเรื่องจริงมากกว่าจะมาดราม่าว่าเขาคือตำนาน ทำไมสโมสรทำกับเขาแบบนี้ เรามาดูกลับกันอีกมุมที่เจ๊ดำอยากนำเสนอกันบ้างนะเธอ

เวย์น รูนี่ย์ ย้ายมาอยู่กับ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ปี 2004 ด้วยค่าตัวที่ว่ากันว่าเฉียดๆ 30 ล้านปอนด์ และมาพร้อมความคาดหวังอันใหญ่หลวงนัก รูนี่ย์ เองก็ไม่ทำให้แฟนผีผิดหวัง กดแฮตทริกทันทีในเกมแรกที่ลงสนาม เหยื่อของรูนคือ เฟเนร์บาห์เช่ ยอดทีมจากตุรกีนั่นเอง จากนั้นความมหัศจรรย์และจุดเริ่มต้นของตำนานบทใหม่ก็ถูกกล่าวขานกันไปทั่ว

ดุดัน ทุ่มเท หนักหน่วง คือคำนิยามของ เวย์น รูนี่ย์ เท่าที่เจ๊ดำพอจะนึกออก เขาอาจจะไม่ได้พรสวรรค์สูงเหมือน ลิโอเนล เมสซี่ อาจจะไม่ได้มีพรแสวงมากเท่าเพื่อนรักอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แต่ รูน ก็แทนที่ด้วยความทุ่มเทและจริงจังเสมอ นั่นคือสิ่งที่เจ๊ดำเห็นจาก รูนี่ย์ ในช่วงปี 2004-2010 แต่หลังจากนั้น รูน ก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน

งัดข้อกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือที่เปรียบเสมือนพ่ออีกคนของเขาเอง ด้วยการขอย้ายทีมถึง 2 ครั้ง 2 ครา โดยครั้งแรกอยากไป เชลซี แต่มันไม่เกิดขึ้น ส่วนครั้งที่หนักหน่วงและทำให้เจ๊ดำรับไม่ได้ พร้อมทั้งเลิกชื่นชอบนักเตะคนนี้ก็คือเมื่อปี 2010 ที่เจ้าตัวขอย้ายทีมไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพราะมองว่า ยูไนเต็ด ไม่ทะเยอทะยานและเสริมทีมไม่โดนใจเขาเท่าไหร่นัก อะไรกัน...ทีมอย่าง ยูไนเต็ด เนี่ยนะไม่ทะเยอทะยาน อ้วนเอาอะไรมาพูด

นั่นทำให้แฟนผีแดงหลายคนผิดหวังและมอง รูนี่ย์ เป็นคนละคนกับยุคแรกที่ย้ายเข้ามา แม้ว่าหลังจากนั้นเขาจะต่อสัญญาออกไปอีกจนถึงปี 2015 ก็ตาม แต่เขาไม่ใช่ขวัญใจของเจ๊ดำอีกต่อไป มิหนำซ้ำพอท่านเซอร์วางมือไป ปล่อยให้ เดวิด มอยส์ เข้ามาทำทีมแทน ความอดสูก็มาเยือน เมื่อ เวย์น รูนี่ย์ ขอสัญญาฉบับใหม่ที่ต้องได้ค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 300,000 ปอนด์ ใช่จ้ะพวกเธออ่านเลขถูกแล้ว สามแสนปอนด์ ต่อ เจ็ดวัน บ้าไปแล้ว

แต่ มอยส์ ก็ทำให้ รูน กลายเป็นนักเตะที่รับค่าเหนื่อยสูงสุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีกจนได้ สวนทางกับฟอร์มการเล่นที่ค่อยๆสาละวันเตี้ยลงไปเรื่อยๆในทุกปีๆ เพราะไม่ต้องกังวลใดๆอีกต่อไปแล้วนี่ เล่นดี เล่นห่วย ยังไงก็รับเงินเต็มๆ แถมรอจ่อเป็นตำนานของสโมสร จากการยิงประตูมากที่สุดแทนที่ เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน อีกด้วย

รูนี่ย์ ไม่ชอบเข้ายิม ไม่ดูแลรูปร่างตัวเอง และไม่เคยแข็งแกร่งอีกเลยนับตั้งแต่เข้าสู่ยุคใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับกันกับอายุที่มากขึ้นเรื่อยๆ ทำไมเขาถึงไม่พยายามกลับมาเป็นคนเดิม หรือไม่ก็เปลี่ยนวิธีการเล่นหรือใช้ประสบการณ์เล่นเพื่อทีมให้มากกว่านี้ เจ๊ดำก็ไม่รู้ 

รางวัลส่วนตัวที่ได้รับส่วนใหญ่ได้ก่อนปี 2010 ทั้งนั้น ไม่เคยเฉี่ยว บัลลงดอร์ หรือ นักฟุตบอลยอดเยี่ยมของฟีฟ่า แม้แต่น้อย ดีที่สุดที่เคยได้คือ โกลเด้น บอย ปี 2004 

ในนามทีมชาติอังกฤษ เขาก็เป็นตำนานเช่นกัน ยิงประตูมากสุด ลงเล่นมากสุดในฐานะผู้เล่น แต่รู้ไหมว่าเจ้าตัวยิงประตูในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้เพียง 1 ประตูเท่านั้น และต้องรอถึงสมัยที่ 3 ที่ลงเล่นถึงจะยิงได้ ประตูสำคัญของ รูน ในนามสิงโตคำรามคือประตูไหน ใครนึกออกบอกที กลับกัน คริสเตียโน่ และ เมสซี่ ยังแบกทีมชาติตัวเองเข้าชิงชนะเลิศได้เลย แต่สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับ รูนี่ย์ และ ทีมชาติอังกฤษ

ใช่ รูนี่ย์ คือตำนานของ ยูไนเต็ด และ ทีมชาติอังกฤษ แบบไม่มีใครเถียงได้ แต่นั่นมันคือเรื่องของตัวเลข แต่ถ้าถามเจ๊ดำแล้ว เรื่องจิตใจหรือความจงรักภักดีแล้วละก็ รูนี่ย์ ยังห่างไกล ไรอัน กิ๊กส์, พอล สโคลส์, พี่น้อง เนวิลล์, เดวิด เบ็คแฮม หรือแม้แต่รุ่นหลังๆอย่าง เนมานย่า วิดิช และ ปาทริซ เอฟร่า ด้วยซ้ำ การขอย้ายทีมแบบน่าเกลียด การรับค่าเหนื่อยแล้วลงเล่นแบบไม่คุ้มค่า การคิดว่าตัวเองใหญ่กว่าสโมสรด้วยการกล่าวหาว่าทีมไม่ทะเยอทะยานและเสริมทัพไม่ถูกใจตัวเอง สิ่งเหล่านี้ผลักให้ รูนี่ย์ ออกจากใจแฟนบอลปีศาจแดงหลายคนรวมทั้งตัวเจ๊ดำเองด้วย

หลังจากที่เขาได้สัญญาสัปดาห์ละ 300,000 ปอนด์ ใครเคยเห็น รูนี่ย์ เล่นดีอีกบ้างบอกเจ๊ดำที เขาแบกทีมได้มั้ย เขาเป็นผู้นำจริงหรือ หรือแค่อยู่กับทีมมานานที่สุดเลยได้ปลอกแขนไปใส่ การเป็นตำนานสำหรับเจ๊ดำแล้วมันมากกว่าเรื่องตัวเลข เรื่องสถิติ มันคือเรื่องความรู้สึกและจิตใจมากกว่า ใครจะเสียใจที่ รูนี่ย์ ย้ายออกจากผีแดงไปก็แล้วแต่ แต่เจ๊ดำเฉยๆนะ มันคือเรื่องราวปกติที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป เท่านั้นเอง

วันที่ ปาร์ค จี ซอง, วิดิช, เอฟร่า, ฟาน เดอร์ ซาร์ หรือกลุ่มคลาสออฟ 92 ค่อยๆลาทีมไป มันน่าเศร้ากว่านี้เยอะ หรือแม้แต่วันที่ เซอร์อเล็กซ์ เลิกคุมทีมไป เจ๊ดำยังร้องไห้ตาแดงอยู่เลย แต่ครั้งนี้นี่มันก็แค่การย้ายไปรับเงินที่ใหม่กับทีมเก่าของ เวย์น รูนี่ย์ เจ๊คิดแบบนี้จริงๆนะ และบอกไว้ตรงนี้เลยว่า รูนี่ย์ ไม่มีทางกลับมาเล่นดีได้อีกแน่ๆ ถ้ายังยึดติดกับความสำเร็จเดิมๆ เพราะสำหรับเจ๊ดำแล้ว รูนี่ย์ หยุดพัฒนา หยุดมุ่งมั่น หยุดทุ่มเท หยุดทุกอย่างไว้ตั้งแต่ตีลังกายิงใส่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อหลายปีก่อนแล้วล่ะ

ขออภัยแฟนพันธุ์แท้ของ เวย์น รูนี่ย์ ไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะจ๊ะ แต่นี่คือความคิดเห็นส่วนตัวของเจ๊ดำจริงๆ แอร๊ยยย จุ๊กกรู้ ^_^


MyPassion
เจ๊ดำ

หนุ่มตุ้งติ้งที่หลงใหลในเหงื่อไคลนักบอล

โปรดเข้าสู่ระบบก่อนทำการโพสคอมเม้น

หรือ